Notice: wpcf7_remove_shortcode is deprecated since Contact Form 7 version 4.6! Use wpcf7_remove_form_tag instead. in /var/www/vhosts/ecocar.co.th/httpdocs/wp-content/plugins/contact-form-7/includes/functions.php on line 357 Notice: wpcf7_remove_shortcode is deprecated since Contact Form 7 version 4.6! Use wpcf7_remove_form_tag instead. in /var/www/vhosts/ecocar.co.th/httpdocs/wp-content/plugins/contact-form-7/includes/functions.php on line 357 ความปลอดภัย Archives - Ecocar

ความปลอดภัย

12 เทคนิคการขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน
12 เทคนิคการขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน

ในช่วงเวลานี้ที่ข้าวของทุกอย่างแพงไปหมด ตั้งแต่ข้าวแกงยันอาหารตามสั่ง รวมทั้งราคาน้ำมันที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง ทำให้ทางค่ายรถยนต์ต่างๆ หันออกมาผลิตรถยนต์ประหยัดน้ำมันกันอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามถึงจะขับรถประหยัดน้ำมันกัน แต่ถ้าหากไม่รู้วิธีขับรถยนต์ที่ถูกต้องก็จะสิ้นเปลืองค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเทียบเท่ากับรถธรรมดาทั่วไปได้เหมือนกันค่ะ ซึ่งการขับรถที่ดี นอกจากมีสติและถูกกฎจราจรแล้ว ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ ยังต้องรู้จักวิธีขับรถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน เพราะนั่นหมายถึงการเซฟเงินในกระเป๋าได้แบบสุด ๆ ซึ่งวิธีที่เรานำมาฝาก รับรองว่าไม่ยากเกินกว่าที่จะทำตามกันได้แน่นอนคะและตอนนี้เรามาดูหลักการขับรถให้ประหยัดน้ำมันกันดีกว่าค่ะ 1. การสตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์ขณะที่รถจอดอยู่กับที่ เพียงขับเคลื่อนรถเบาๆ 1-2 กิโลเมตรเครื่องยนต์จะอุ่นเองไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์แล้วจอดอยู่กับที่ เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี. และหลังไฟเตือนต่าง ๆ บนหน้าปัดดับลงแล้ว คุณก็สามารถเคลื่อนรถออกได้อย่างช้าๆแล้วค่อยๆเร่งเครื่องยนต์ทีละน้อยโดยไม่ควรใช้รอบสูงตรงนี้ทำให้เครื่องยนต์อุ่นตัวได้เร็วขึ้น      2. เบรกมีผลต่อการกินน้ำมันเชื้อเพลิง ทุกครั้งที่เราเบรก ความเร็วจะลดถ้าต้องการไปต่อ เราก็ต้องเพิ่มความเร็วหรือเร่งเครื่องขึ้น การมองไกลเพื่อประเมินสถานการณ์ข้างหน้า โดยการปล่อยคันเร่งให้เร็วขึ้นเพื่อปล่อยให้รถไหล ไม่ใช่เบรกเพื่อปล่อยคันเร่งต่อหรือปล่อยคันเร่งช้า แล้วแตะเบรกและเร่งต่อ อย่างหลังจะเปลืองน้ำมันมากกว่าค่ะ 3. หลีกเลี่ยงการเร่งคันเร่งทันทีทันใดบ่อยๆหรือการเรเครื่องยนต์บ่อยๆ  การเร่งเครื่องยนต์ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้งส่งผลให้รถจักรยานยนต์สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี., รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี. และรถบรรทุก สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซี.หรือเรียกว่า การย่ำคันเร่ง บางคนชอบเร่งแล้วปล่อย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก 4.

วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัย
วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัย

วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัย เตรียมคนและเตรียมรถ วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัย การขับรถยนต์ให้ปลอดภัย ถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับรถยนต์ในแต่ละครั้ง  วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัย การเตรียมความพร้อมทั้งรถยนต์และคนขับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากมีการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของรถยนต์ก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ถึงร้อยละ 30 สำหรับในส่วนของผู้ขับรถยนต์เองหากมีการเตรียมตัววางแผนการเดินทาง และการพักผ่อนให้เพียงพอก็จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ถึงร้อยละ 40 ในส่วนประเด็นที่เหลือจะเป็นเทคนิคเพิ่มเติมที่จะช่วยให้เราขับขี่ได้ปลอดภัยขึ้น ซึ่งเราจะมาเรียนรู้กันในประเด็นเหล่านี้ วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัยคืออะไร เพื่อช่วยให้ท่านผู้ใช้รถประหยัดเงินทองและช่วยในการประหยัดพลังงาน และช่วยให้ท่านขับรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพไม่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งก็จะมีการสูญเสียทั้งเงินทองหรืออาจจะเสียคนที่เรารัก การขับรถยนต์ที่ปลอดภัยนี้จะต้องไม่ประมาท มีสติในการขับขี่รถอยู่เสมอ เพราะจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเราตอนไหน ก็ต่างยังไม่มีใครรู้ที่สำคัญเมือเกิดอาการเมาหรือง่วงไม่ควรที่จะขับรถยนต์ควรจะนอนพักผ่อนก่อนจะดีที่สุดและก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรที่จะเช็ครถยนต์ของท่านทุกครั้งก่อนออกเดินทาง วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัย เตรียมความพร้อมรถยนต์ หมั่นตรวจสอบและสังเกตสภาพรถยนต์อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย ไฟหน้า ไฟท้าย ยางรถ สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากเมื่อส่วนหนึ่งชำรุดเสียหายส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็จะเสียหายไปด้วย ท่านจึงควรมีเวลาตรวจสอบรถของท่านอย่างน้อยอาทิตย์ล่ะครั้งหรือนำรถไปให้อู่หรือสถานีบริการน้ำมันซึ่งจะมีช่างผู้ชำนาญและคอยให้คำแนะนำเพื่อให้รถของท่านมีความมั่นคงแข็งแรงใช้งานได้อย่างมั่นใจตลอดการเดินทาง และควรเตรียมอุปกรณ์ไว้เพื่อการเดินทาง เช่น การเปลี่ยนยาง แม่แรง กากบาทถอดล้อ ไฟฉาย เชือกไว้สำหรับลากจูงรถ สายพ่วงแบตเตอรี่ น้ำเปล่า น้ำมันเครื่อง เป็นต้น การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนเดินทาง วิธีขับรถยนต์ให้ปลอดภัย สภาพร่างกายของคุณจะต้องได้รับการพักผ่อนเพียงพอก่อนการขับรถในเวลากลางคืน สภาพจิตใจจะต้องสบายไม่หงุดหงิด ดวงตาสดใสไม่ง่วงนอน สามารถสู้แสงแดดได้ ถ้าตาพร่ามัวหรือมองเห็นไม่ชัด คุณควรหยุดขับรถในเวลากลางคืน นอกจากนั้นหากคุณรับประทานยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนอ่อนเพียรควรจะหยุดรถหรือหากไม่มีสติในการขับรถ เช่นมีอาการมึนเมาก็ควรที่จะหยุดรถเช่นเดียวกันครับ เทคนิคการขับรถยนต์ลงจากทางลาดชันภูเขา ห้ามใช้เกียร์ว่าง ห้ามเหยียบคลัช ห้ามใช้เบรกตลอด ห้ามดับรถยนต์ ต้องใช้เกียร์ต่ำ